
เสาระเบิด (Concrete Spalling) คอนกรีตแตกกะเทาะและเหล็กเสริมเป็นสนิม
สาเหตุหลัก เกิดจากความชื้นหรือน้ำที่ซึมเข้าสู่เนื้อคอนกรีตจนถึงเหล็กเสริม ทำปฏิกิริยาให้เหล็กเกิดสนิมและขยายตัว ดันจนคอนกรีตแตกกะเทาะ (Spalling)
อันตรายที่ตามมา ส่งผลให้เสารับน้ำหนักได้น้อยลง และมีความเสี่ยงสูงต่อการวิบัติของโครงสร้างจากการโก่งเดาะ (Buckling)
วิธีซ่อมแซมมาตรฐานวิศวกรรม
-
สกัดคอนกรีตที่เสื่อมสภาพ และกำจัดสนิมที่เหล็กเสริม
-
ซ่อมแซมด้วยปูนซีเมนต์เกราท์ชนิดไม่หดตัว (Non-Shrink Repair Mortar) กำลังอัดสูง
-
เสริมกำลังโครงสร้างด้วยแผ่นคาร์บอนไฟเบอร์ (CFRP Jacketing) ตามมาตรฐานสากล ACI 546R เพื่อคืนความแข็งแรงและยืดอายุการใช้งาน
คานแตกร้าว (Cracked Beam) รอยร้าวเฉียง รอยร้าวเฉือน และคานแอ่นตัว
ประเภทของรอยร้าวที่ต้องระวัง
รอยร้าวจากแรงเฉือน (Shear Crack) มักเกิดใกล้เสาหรือจุดรองรับ ทำมุมประมาณ 45 องศา ถือเป็นความเสี่ยงร้ายแรงต่อการวิบัติของโครงสร้างฉับพลัน
รอยร้าวจากแรงดัด (Flexural Crack) มักเกิดในแนวดิ่งบริเวณกึ่งกลางคานหรือจุดที่มีโมเมนต์ดัดสูงสุด
วิธีซ่อมแซมมาตรฐานวิศวกรรม
-
ประเมินรอยร้าวตามมาตรฐาน ACI 224.1R
-
หากรอยร้าวกว้างตั้งแต่ 0.3 มม. ขึ้นไป จะใช้วิธีฉีดอีพ็อกซี่เรซิ่น (Epoxy Injection) แรงดันต่ำเพื่อผสานรอยร้าวให้เป็นเนื้อเดียวกัน
-
เสริมกำลังคานรับแรงเฉือนและแรงดัดด้วยแผ่นคาร์บอนไฟเบอร์ (CFRP) หรือการหุ้มเสริมกำลังด้วยเทคนิค U-Wrap เพื่อความปลอดภัยสูงสุด
พื้นผุกร่อน (Floor Deterioration) ปัญหาคาร์บอเนชั่น พื้นร่อน และรั่วซึม
สาเหตุของพื้นเสื่อมสภาพ เกิดจากปฏิกิริยาคาร์บอเนชั่น (Carbonation) ที่ลดความเป็นด่างของคอนกรีต ทำให้เหล็กเป็นสนิมดันคอนกรีตแตก มักพบร่วมกับปัญหาน้ำรั่วซึมเรื้อรัง (เช่น ดาดฟ้า ห้องน้ำ ชั้นใต้ดิน)
สัญญาณเตือนภัย คอนกรีตร่อนเป็นโพรง (Delamination) ทราบได้จากการเคาะและฟังเสียง หากปล่อยทิ้งไว้จะลดความสามารถในการรับน้ำหนัก และเพิ่มความเสี่ยงต่อการทะลุ (Punching Shear)
วิธีซ่อมแซมมาตรฐานวิศวกรรม
-
สกัดเนื้อคอนกรีตที่เสื่อมสภาพและเป็นโพรงออกทั้งหมด
-
ขัดสนิมและทาน้ำยากันสนิม (Rust Inhibitor) เพื่อปกป้องเหล็กเสริม
-
ฉาบซ่อมแซมผิวด้วยมอร์ต้าชนิดพิเศษ (Polymer Modified Mortar) เพื่อฟื้นฟูกำลังรับน้ำหนักให้กลับมาแข็งแรงดังเดิม

บริการรับเหมาซ่อมแซมโครงสร้างและรอยร้าวครบวงจร โดยวิศวกรผู้เชี่ยวชาญ บริษัท ไอแคนบิลด์ คอนซัลแตนท์ แอนด์ เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด
ให้บริการรับเหมาตรวจสอบและซ่อมแซมปัญหาโครงสร้าง คานร้าว เสาระเบิด พื้นทรุด อย่างครบวงจร ครอบคลุมทั้งอาคารพาณิชย์ โรงงาน และที่อยู่อาศัย ด้วยความใส่ใจจากทีมวิศวกรในทุกขั้นตอน
ทำไมต้องเลือกให้เราดูแลโครงสร้างอาคารของคุณ?
-
วิเคราะห์ตรงจุดด้วยเครื่องมือทันสมัย ทีมวิศวกรโครงสร้างลงพื้นที่ตรวจสอบเพื่อหาสาเหตุที่แท้จริง (Root Cause Analysis) เพื่อวางแผนการซ่อมแซมที่แม่นยำ แก้ปัญหาขาด และไม่บานปลาย
-
ซ่อมแซมตามหลักวิศวกรรมสากล ดำเนินงานอย่างเป็นระบบ ถูกต้องตามมาตรฐานวิศวกรรมโครงสร้างระดับสากล
-
ควบคุมงานโดยสามัญวิศวกร ทุกโครงการอยู่ภายใต้การควบคุมงานอย่างใกล้ชิดโดย วิศวกรระดับสามัญวิศวกร มั่นใจได้ในมาตรฐานความปลอดภัยขั้นสูงสุด
-
วัสดุเกรดพรีเมียม ส่งงานตรงเวลา เราเลือกใช้วัสดุซ่อมแซมเกรดวิศวกรรมคุณภาพสูง ทำงานรวดเร็ว ตรงเวลา โดยมีเป้าหมายสูงสุดคือ "ความปลอดภัยและความพึงพอใจของลูกค้า" เป็นหลัก





เสาระเบิดจากสนิมภายใน
สาเหตุหลัก เกิดจากความชื้นซึมผ่านเนื้อคอนกรีตเข้าไปถึงเหล็กเสริม ทำให้เกิดปฏิกิริยาออกซิเดชันจนเหล็กเป็นสนิม เมื่อเหล็กบวมตัวจึงสร้างแรงดันมหาศาลดันให้คอนกรีตหุ้มเหล็กแตกกะเทาะออกมา (Concrete Spalling)
ความเสี่ยงและอันตราย หน้าตัดเสาที่รับน้ำหนักได้จะลดลงอย่างมาก เสี่ยงต่อการเสียรูป โก่งเดาะ (Buckling) และอาจทำให้โครงสร้างอาคารวิบัติฉับพลัน
แนวทางการซ่อมแซม วิศวกรจะสกัดคอนกรีตที่เสื่อมสภาพออก ขจัดสนิมและเคลือบน้ำยากันสนิม จากนั้นใช้ปูนเกราท์ชนิดไม่หดตัว (Non-shrink Grout) ซ่อมแซมหน้าตัด และอาจพิจารณาเสริมกำลังด้วยแผ่นคาร์บอนไฟเบอร์ (CFRP)

เสาบ้านรับน้ำหนักไม่ได้
สาเหตุหลัก เกิดจากการออกแบบคำนวณโครงสร้างที่ผิดพลาดตั้งแต่ต้น ไม่มีการเผื่อค่าความปลอดภัย (Safety Factor) หรือเกิดจากการต่อเติมอาคารเพิ่มน้ำหนักบรรทุกโดยไม่ได้เสริมความแข็งแรงของเสาและฐานราก
ความเสี่ยงและอันตราย เสาจะเกิดรอยร้าวลึก โครงสร้างเกิดการทรุดตัวเอียง และมีความเสี่ยงขั้นสูงสุดคืออาคารพังทลายลงมาทั้งแถบ
แนวทางการซ่อมแซม ต้องทำการค้ำยันโครงสร้างทันที (Shoring) และเสริมกำลังเสาด้วยเทคนิคการพอกขยายขนาดหน้าตัดเสา (Concrete Jacketing) หรือการหุ้มด้วยเหล็กรูปพรรณ (Steel Jacketing) ตามการคำนวณของวิศวกรโครงสร้าง

คานระเบิด แตกร้าว
สาเหตุหลัก คล้ายกับกรณีเสาระเบิด มักเกิดจากน้ำรั่วซึมจากพื้นชั้นบนหรือดาดฟ้าลงมาที่คาน ทำให้เหล็กเสริมคานด้านในเกิดสนิม บวมตัว และดันคอนกรีตจนแตกร้าวและหลุดร่อน
ความเสี่ยงและอันตราย คานสูญเสียความสามารถในการรับแรงดัด (Flexural Strength) และแรงเฉือน (Shear Strength) ส่งผลให้พื้นด้านบนทรุดตัวและเป็นอันตรายต่อผู้ใช้งาน
แนวทางการซ่อมแซม หยุดจุดรั่วซึมที่เป็นต้นเหตุ สกัดและซ่อมแซมเหล็กเสริม หากมีรอยร้าวลึกจะใช้วิธีฉีดอีพ็อกซี่ (Epoxy Injection) ผสานรอยร้าว และซ่อมผิวด้วยมอร์ต้ากำลังสูง

ท้องพื้นผุ ร่อน
สาเหตุหลัก มักพบใต้พื้นห้องน้ำ พื้นดาดฟ้า หรือพื้นที่ที่มีน้ำขังเรื้อรัง ความชื้นซึมผ่านรอยต่อกระเบื้องลงมาทำปฏิกิริยากับเหล็กเสริมพื้น (Wire Mesh หรือเหล็กเส้น) จนเกิดสนิมขุม ท้องพื้นจึงผุและร่อนตกลงมา
ความเสี่ยงและอันตราย เศษคอนกรีตที่หลุดร่วงอาจเป็นอันตรายต่อผู้อยู่อาศัยด้านล่าง และหากปล่อยทิ้งไว้ พื้นจะบางลงจนเสี่ยงต่อการทะลุ (Punching Shear)
แนวทางการซ่อมแซม ต้องรื้อระบบกันซึมด้านบนและทำใหม่ทั้งหมด ส่วนด้านล่างท้องพื้นให้สกัดส่วนที่หลุดร่อนออก ทาน้ำยาแปลงสนิม และฉาบซ่อมแซมด้วยปูนซ่อมโครงสร้างชนิดพิเศษ (Polymer Modified Mortar) ที่ยึดเกาะสูง

การซ่อมเสาและคานคอนกรีต
ปัญหาหลัก (The Problem) เสาและคานคอนกรีตเกิดการแตกร้าวและหลุดร่อน (Concrete Spalling) สาเหตุหลักมาจากความชื้นที่ซึมเข้าสู่เนื้อคอนกรีต ทำให้เหล็กเสริมภายในเกิดสนิม ขยายตัว และสร้างแรงดันจนคอนกรีตหุ้มปริแตกออกมา
ผลกระทบต่อโครงสร้าง (Structural Impact) การเสื่อมสภาพนี้ทำให้เสาและคานสูญเสียความสามารถในการรับน้ำหนัก (Load-bearing Capacity) อย่างรุนแรง หากปล่อยทิ้งไว้อาจนำไปสู่การทรุดตัว เอียง หรือการวิบัติของโครงสร้างอาคาร
วิธีการซ่อมแซมตามหลักวิศวกรรม
(Engineering Solution)
-
ติดตั้งระบบค้ำยันโครงสร้าง (Shoring) เพื่อความปลอดภัยสูงสุดก่อนเริ่มงาน
-
สกัดเนื้อคอนกรีตที่เสื่อมสภาพออกทั้งหมด และทำความสะอาดสนิมที่ฝังอยู่ในเหล็กเสริม
-
เคลือบน้ำยาป้องกันสนิมประสิทธิภาพสูงเพื่อหยุดการกัดกร่อน
-
ฟื้นฟูและเสริมกำลังโครงสร้าง (Structural Strengthening) ด้วยปูนเกราท์ชนิดไม่หดตัวกำลังอัดสูง (Non-shrink Grout) หรืออีพ็อกซี่ เพื่อคืนความสามารถในการรับน้ำหนักให้กลับมาแข็งแรงและปลอดภัยตามมาตรฐาน







โซลูชันและวิธีการเสริมกำลังโครงสร้าง
การเลือกใช้วิธีซ่อมแซมเสาและคานขึ้นอยู่กับระดับความเสียหายและการประเมินโดยวิศวกร เพื่อฟื้นฟูกำลังรับน้ำหนักให้กลับมาปลอดภัยสูงสุด มีวิธีการหลักดังนี้
-
การขยายหน้าตัดคอนกรีต (Concrete Jacketing) การเทคอนกรีตหุ้มเพื่อขยายขนาดหน้าตัดเสาและคานให้ใหญ่ขึ้น ช่วยเพิ่มความสามารถในการรับน้ำหนัก (Load-bearing Capacity) ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
-
การเพิ่มระยะหุ้มคอนกรีต (Increasing Concrete Cover) เสริมความหนาของระยะหุ้มคอนกรีตเพื่อปกป้องเหล็กเสริมด้านในจากความชื้นและคาร์บอเนชั่น ป้องกันการเกิดสนิม
-
การเสริมเหล็กปลอกรับแรงเฉือน (Shear Reinforcement) เพิ่มปริมาณเหล็กปลอกเพื่อต้านทานแรงเฉือน (Shear Force) ป้องกันปัญหาโครงสร้างแตกร้าวแนวเฉียงหรือวิบัติฉับพลัน
-
ระบบป้องกันการกัดกร่อน (Corrosion Protection System) การใช้น้ำยาเคลือบผิวและวัสดุป้องกันระดับวิศวกรรม เพื่อหยุดยั้งและป้องกันการกัดกร่อนของเหล็กเสริมในระยะยาว
01
6 ขั้นตอนมาตรฐานการซ่อมแซมเสาและคานคอนกรีต
-
สกัดคอนกรีตที่เสื่อมสภาพ (Concrete Removal) สกัดเนื้อคอนกรีตที่แตกร้าว หลุดร่อน หรือเป็นโพรงออกทั้งหมดจนถึงชั้นเนื้อคอนกรีตที่สมบูรณ์
-
ติดตั้งระบบค้ำยัน (Temporary Shoring) หากจำเป็นต้องสกัดหน้าตัดคอนกรีตออกเป็นจำนวนมาก วิศวกรจะสั่งติดตั้งระบบค้ำยันชั่วคราวเพื่อรับน้ำหนักและป้องกันโครงสร้างพังทลายระหว่างการซ่อมแซม
-
จัดการสนิมและเสริมเหล็กใหม่ (Rebar Treatment & Splicing) ขัดสนิมที่เกาะบนเหล็กเสริมออกให้หมด หากเหล็กสูญเสียหน้าตัดไปมากกว่า 15% จะต้องทาบเหล็กเสริมใหม่ที่ขนาดไม่เล็กกว่าเดิมทดแทน หากเหล็กยังสมบูรณ์จะทำการทาเคลือบด้วยน้ำยาแปลงและหยุดยั้งสนิม (Rust Inhibitor)
-
ทาน้ำยาประสานและเข้าแบบหล่อ (Bonding Agent & Formwork) ทาน้ำยาประสานคอนกรีต (Bonding Agent) ประสิทธิภาพสูงเพื่อให้คอนกรีตเก่าและใหม่ผสานเป็นเนื้อเดียวกันอย่างสมบูรณ์ จากนั้นจึงประกอบแบบหล่อ
-
เทหรือฉาบปูนซ่อมโครงสร้าง (Repair Mortar Application) ดำเนินการซ่อมด้วยปูนซ่อมโครงสร้าง (Non-shrink Grout / Polymer Modified Mortar) สูตรเฉพาะที่ให้กำลังอัดสูง โดยเลือกใช้วิธีเทกรอกเข้าแบบหล่อ หรือการฉาบซ่อม (Patching) ตามความเหมาะสมของหน้างาน
-
บ่มคอนกรีตและแต่งผิว (Curing & Finishing) ทิ้งระยะเวลาบ่มคอนกรีตตามมาตรฐานวิศวกรรม ถอดแบบหล่อ และทำการฉาบตกแต่งผิวหน้าให้เรียบเนียนพร้อมสำหรับการทาสีหรือใช้งานต่อไป
02

บริการซ่อมแซมรอยร้าวผนัง
วิเคราะห์ตรงจุด ซ่อมแซมถูกวิธี จบปัญหารอยร้าวไม่กลับมาเป็นซ้ำ ทาง I CAN BUILD มีทีมช่างและวิศวกรผู้เชี่ยวชาญด้านการตรวจสอบและซ่อมแซมรอยร้าวผนัง เราไม่เพียงแค่ฉาบปิดรอย แต่เราค้นหา "สาเหตุที่แท้จริง" (Root Cause) เพื่อเลือกใช้วัสดุและวิธีการซ่อมแซมที่ได้มาตรฐานวิศวกรรม ตอบโจทย์ทั้งด้านความปลอดภัยและความสวยงาม
ลักษณะของรอยร้าวผนังที่พบบ่อย และสาเหตุการเกิด
-
รอยร้าวทแยงมุมบริเวณมุมวงกบ (ประตู-หน้าต่าง) มักเกิดจากการก่ออิฐโดยไม่ได้หล่อ "เสาเอ็นและทับหลัง" (Stiffener & Lintel) เพื่อรับน้ำหนักรอบช่องเปิด ทำให้ผนังรับน้ำหนักไม่ไหวจนเกิดการฉีกขาด
-
รอยร้าวแนวดิ่งกลางผนัง หรือรอยต่อระหว่างเสากับผนัง สาเหตุหลักมาจากการยืดหดตัวของปูนฉาบ การขยับตัวของโครงสร้าง หรือการไม่ได้เสียบ "เหล็กหนวดกุ้ง" (Wall Ties) เพื่อยึดเกาะผนังกับเสาโครงสร้างให้แน่นหนา
-
รอยร้าวขนาดใหญ่ภายนอกอาคาร (รอยร้าวเฉียงทะลุผนัง) เป็นสัญญาณเตือนอันตรายที่อาจเกิดจาก การทรุดตัวของฐานรากไม่เท่ากัน (Differential Settlement) ซึ่งรอยร้าวประเภทนี้ต้องให้วิศวกรโครงสร้างเข้าประเมินและแก้ไขที่ฐานรากทันที
วิธีการแก้ไขมาตรฐาน I CAN BUILD
เราเลือกใช้วัสดุเฉพาะทางที่เหมาะสมกับรอยร้าวแต่ละประเภท เช่น การใช้ PU Sealant สำหรับรอยร้าวจากการยืดหดตัว, การฉีดอีพ็อกซี่ (Epoxy Injection) ผสานรอยร้าวโครงสร้าง หรือการผ่าผนังเพื่อหล่อเสาเอ็นและทับหลังใหม่ เพื่อแก้ปัญหาอย่างถาวร




การเย็บรอยร้าวด้วยแผ่นเหล็ก
-
การแก้ปัญหาขั้นเด็ดขาด (The Ultimate Solution) สำหรับรอยร้าวแนวดิ่งขนาดใหญ่ หรือรอยต่อระหว่างเสาโครงสร้างกับผนังก่ออิฐที่แยกออกจากกันอย่างชัดเจน การฉาบปิดรอยร้าวทั่วไปไม่สามารถแก้ปัญหาได้ ทาง I CAN BUILD จึงใช้เทคนิคขั้นสูงที่เรียกว่า "การเย็บรอยร้าว" (Crack Stitching)
-
หลักการทำงาน (How It Works) ทีมช่างจะทำการสกัดเซาะร่องขวางรอยร้าว และฝังแผ่นเหล็กรับแรง (Steel Plates) หรือเหล็กเสริม ลงไปเพื่อทำหน้าที่เป็น "สะพานยึดเหนี่ยว" ประสานผนังที่แยกจากกันให้กลับมาเป็นผืนเดียวกัน ป้องกันการขยับตัวและไม่ให้เกิดรอยร้าวซ้ำ
-
คำนวณและควบคุมโดยวิศวกร (Engineer-Calculated) มาตรฐานความปลอดภัยคือหัวใจหลักของเรา ระยะห่างในการฝังแผ่นเหล็ก ขนาดและความหนาของเหล็ก รวมถึงชนิดของอีพ็อกซี่ (Epoxy) แรงยึดเกาะสูงที่ใช้ จะถูกคำนวณและควบคุมดูแลโดยวิศวกรโครงสร้างโดยเฉพาะ เพื่อให้รับแรงดึงได้อย่างสมบูรณ์แบบ


ปัญหารอยร้าวแนวดิ่ง การขาด "เหล็กหนวดกุ้ง
-
สาเหตุหลักของการแยกตัว รอยร้าวแนวดิ่งยาวระหว่างเสาโครงสร้างกับผนังก่ออิฐ มักเกิดจากการก่อสร้างที่ผิดหลักวิศวกรรม โดยช่างไม่ได้เสียบ "เหล็กหนวดกุ้ง" (Dowel Bars หรือ Wall Ties) ซึ่งตามมาตรฐานต้องใช้เหล็กขนาด 6 มม. ฝังทุกระยะ 40 ซม. เพื่อทำหน้าที่พยุงและยึดผนังให้ติดกับเสา
-
ผลกระทบเมื่อโครงสร้างไร้ตัวยึด เมื่อผนังไม่มีเหล็กยึดเกาะกับเสา หากมีการขยับตัวของโครงสร้างเพียงเล็กน้อย หรือปูนฉาบเกิดการยืดหด ผนังจะแยกตัวออกจากเสาทันที ทำให้เกิดรอยร้าวทะลุที่อันตราย
-
วิธีแก้ไขมาตรฐานวิศวกรรม ปัญหานี้ไม่สามารถแก้ได้ด้วยการฉาบปิดทั่วไป แต่ต้องใช้เทคนิค การเสริมเหล็กยึดโครงสร้าง (Crack Stitching) โดยวิศวกรของ I CAN BUILD จะเป็นผู้คำนวณตำแหน่ง ระยะห่าง และเลือกใช้วัสดุที่เหมาะสม เพื่อดึงผนังและเสาให้กลับมาประสานกันอย่างแข็งแรงถาวร
-
ข้อแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญ การขาดเหล็กหนวดกุ้งเป็นเพียงหนึ่งในตัวอย่างสาเหตุเท่านั้น ปัญหารอยร้าวอาจเกิดได้จากหลายปัจจัย ทางที่ดีที่สุดคือการเรียกวิศวกรผู้เชี่ยวชาญของเราเข้าตรวจประเมินหน้างาน เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงและวางแผนซ่อมแซมอย่างตรงจุด
บริษัท ไอแคนบิลด์ คอนซัลแตนท์ แอนด์ เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด (สำนักงานใหญ่)
เลขที่ 9/190 มบ ศุภาลัยการ์เด้นวิลล์สุวรรณภูมิ ซอยลาดกระบัง 54 ต.ศีรษะจรเข้น้อย อ.บางเสาธง จ.สมุทรปราการ 10570
email : paoofem789@gmail.com



